Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
สารบัญ |
[แก้ไข] ประวัติศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา
[แก้ไข] ประวัติความเป็นมา
“นครราชสีมา” สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประตูชุมพลอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนั้นเป็นฝีมือนายช่างฝรั่งเศส แต่เดิมมี “เมืองเสนา” ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของลำตะคอง และ “เมืองโครามปุระ” ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของลำตะคอง สมเด็จพระนายรายณ์จึงสร้างเมืองขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งเมืองให้อยู่กึ่งกลางเมืองทั้งสองนี้ แล้วนำชื่อของเมืองทั้งสองมารวมกันตั้งให้กับเมืองแห่งใหม่ชื่อ “นครราชสีมา”
นครราชสีมา นับเป็นเมืองปากประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคยเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญยิ่งในสมัยโบราณ ตั้งอยู่บนที่ราบสูง มีภูเขาและป่าสลับซับซ้อน ประกอบด้วยโบราณสถาน ของพวกขอมหลายแห่ง
ดินแดนแห่งนี้ เคยเป็นเมืองแห่งวีรกรามอันกล้าหาญของวีรสตรีไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 คือ คุณหญิงดม หรือท้าวสุรนารี และนางสาวทองเหลือ จนเป็นที่ยกย่องกล่าวขวัญ ชาวนครราชสีมาได้สร้างอนุสาวรีย์ของท้าวสุรนารีหรือ “ย่าโม” ไว้ที่หน้าประตูชุมพล
สำหรับพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมายังเหลือหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ วัดเขาจันทร์งาม อำเภอสีคิ้ว (ใกล้เขื่อนลำตะคอง) เป็นภาพคน 31 คน มีเด็กด้วย และสัตว์ 4 ตัว อายุประมาณ 4,000-5,000 ปี และแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อำเภอโนนสูง ขุดพบเครื่องปั้นดินเผาร่วมสมัยกับบ้านเชียง ครั้นถึงสมัยทวาราวดียังปรากฏอาณาจักรศรีจนาศะ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่มั่นคงอยู่บริเวณเมืองโคราช (เก่า) หลังพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา พบปราสาทหินสมัยขอมอีกจำนวนมาก ที่สำคัญได้แก่ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมวัน เป็นต้น
สมัยประวัติศาสตร์ไทย ปรากฎว่าเป็นเมืองสำคัญตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ นั่นคือ ส่งพระยายมราช (สังข์) มาปกครอง และมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เสมอมา จนเมื่อเสียกรุงฯ ครั้งที่สอง กรมหมื่นเทพพิพิธ (เชื้อพระวงศ์ เคยถูกเนรเทศไปอยู่ลังกา) ได้มาตั้งซ่องสุมไพร่พลที่เมืองพิมาย พระเจ้าตากสินต้องส่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกมาปราบ นอกจากนี้ เมื่อ พ.ศ.2235 (ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2) ยังเกิดกรณีกบฏอ้ายบุญกว้าง ผู้วิเศษ ผู้คนเกรงกลัวคาถาอาคมมาก ทางราชการต้องใช้เวลานาน โดยล่อให้ยกมาถึงเมืองลพบุรีจึงจะปราบได้
ครั้นสมัยกรุงเทพฯ รัชกาลที่ 1 ได้ยกเมืองนครราชสีมาเป็นหัวเมืองชั้นเอก ศักดินาหมื่นไร่เจ้าเมืองเป็นที่ พระยาคำแหงสงคราม สืบต่อมา ครั้น พ.ศ.2369 เกิดกรณีกบฎเจ้าอนุวงศ์เมืองนครราชสีมาเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้เจ้าอนุวงศ์ ก่อนที่กองทัพกรุงจะส่งมาช่วย ในครั้งนั้นได้เกิดวีรสตรี คือท้าวสุรนารี ครั้นสมัยรัชกาลที่ 5 ได้จัดระบบการปกครองหัวเมืองใหม่ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์ ภายหลังมีการสับเปลี่ยนกรมหลวงพิชิตปรีชากร มาเป็นข้าหลวงมณฑลลาวกลาง ตั้งศูนย์บัญชาการที่เมืองนครราชสีมา มีเมืองขึ้น 13 เมือง
พ.ศ.2476 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ราวเดือนตุลาคม เสนาบดีกระทรวงกลาโหม พระองค์เจ้าบวรเดชได้ใช้เมืองนครราชสีมาเป็นฐานกำลังในการแข็งข้อกับรัฐบาลกลาง แต่ไม่สำเร็จ หลังแต่นั้นมาก็จัดการปกครองเป็นจังหวัดส่งข้าหลวงและผู้ว่าราชการจังหวัดผลัดเปลี่ยนกันมาปกครอง
เมื่อ พ.ศ.2524 กรณีกบฏ 1 เมษายน 2524 จังหวัดนครราชสีมาได้กอบกู้สถานการณ์ไว้อีกครั้งหนึ่ง ตั้งฐานบัญชาการที่กองทัพภาคที่ 2 และเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชินีพร้อมทั้งเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ มาประทับแรมที่จังหวัดนครราชสีมาจนกว่าจะจัดการกรุงเทพฯ ไดราบคาบ
ฉะนั้น ความสำคัญของเมืองนครราชสีมานั้น ได้กอบกู้สถานการณ์สำคัญ ๆ ของชาติไว้หลายครั้งหลายครา ซึ่งลูกหลานชาวนครราชสีมาน่าจะภาคภูมิใจที่บรรพบุรุษได้สร้างวีรกรรม กอบกู้ สถานการณ์ของชาติไว้เสมอมา
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด รูปอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประดิษฐานอยู่หน้าประตูชุมพล คำขวัญประจำจังหวัด เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน
[แก้ไข] อาณาเขตติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดขอนแก่น
- ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดบุรีรัมย์
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดสระบุรี
[แก้ไข] การปกครอง
จังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น 24 อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสอ อำเภอด่านขุนทด อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง อำเภอขามสะแกแสง อำเภอพิมาย อำเภอคง อำเภอโนนแดง อำเภอประทาย อำเภอชุมพวง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอบ้านเหลี่ยม อำเภอจักราช อำเภอห้วยแถลง อำเภอปักธงชัย อำเภอโชคชัย อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง อำเภอหนองบุนนาก และกิ่งอำเภอวังน้ำเขียว
[แก้ไข] งานประเพณี
[แก้ไข] งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี
เป็นงานประจำปีของจังหวัด กำหนดจัดระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันที่คุณหญิงโมได้รับชัยชนะจากข้าศึก ในวันมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมการออกร้านจัดนิทรรศการต่าง ๆ ของหน่วยราชการและภาคเอกชน
[แก้ไข] งานประเพณีแข่งเรือพิมาย
เป็นงานประเพณีที่ชาวอำเภอพิมายร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมากว่าร้อยปีแล้ว โดยจะจัดช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษา ในปัจจุบันถือเอาวันเสาร์และวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันจัดงานทุกปี งานนี้นอกจากจะมีการแข่งเรือของชาวบ้านจากหมู่บ้านต่าง ๆ ในอำเภอพิมายและอำเภอใกล้เคียงแล้ว ยังมีการตกแต่งเรือตามแบบเรือพระราชพิธี พร้อมประกวดการแห่เรือด้วย ซึ่งนับว่าเป็นงานที่น่าชมมาก
[แก้ไข] งานเทศกาลเที่ยวพิมาย
จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดนครราชสีมา คืออุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดียวกับงานประเพณีแข่งเรือพิมาย ภายในงานมีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การแข่งเรือยาวประเพณี การแสดงทางวัฒนธรรมขบวนแห่พุทธราชาและพุทธประวัติ ขบวนแห่พุทธประทีปและการแสดงประกอบแสงเสียง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- 76 จังหวัดในเมืองไทย : ดารุณีย์. (2541),นนทบุรี, สำนักพิมพ์ธารบัวแก้ว
- เที่ยวอีสาน : วัช ปุณโณทก, (2532),กรุงเทพฯ, โรงพิมพ์พิฆเณศ














